เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แม่ปันปรายไปร่วมงาน เล่น เรียน รู้ กลางแจ้ง Playmania จัดขึ้นโดย Scott's Vit C ที่สวนสัตว์ดุสิตค่ะ งานนี้น้องปรายสนุกมากเลย มีกิจกรรมสำหรับเด็กๆ และมีหัวข้อสนทนา เรื่องเทคโนโลยีกับการเรียนรู้ของเด็กๆ  แขกรับเชิญก็คือ คุณหมอคัดคนางค์ จากโรงพยาบาลสมิติเวช และ คุณตุ๊ก ชนกวนันท์ ซึ่งพาลูกสาวน้องแพรวมาด้วย

 

งานนี้คุณพ่อคุณแม่พาเด็กๆมาร่วมกิจกรรมเยอะมากค่ะ ดีจังเลย ^^

 

กิจกรรมยังไม่เริ่ม แต่ดูเหมือนคุณลูกๆ เริ่มสนุกกันแล้วจ้า..

 

น้องปรายรุ้ง น้องมีนา และน้องมามิ ถ่ายรูปด้วยกัน กับพี่วิตามินซี

 
 

น้องปรายรุ้งถ่ายรูปกับพี่วิตามินซี ยิ้มแป้นเลย

 

คุณหมอเล่าว่า การเรียนรู้ของเด็กๆจะประกอบไปด้วย 4 แกนหลัก ซึ่งได้แก่

  • Strong ความแข็งแรงของร่างกาย
  • Think ความคิด
  • Imagination จินตนาการ
  • Explorer ความอยากรู้อยากเห็น

ทั้ง นี้เพราะทุกวันนี้ เทคโนโลยีในชีวิตประจำของเรา เช่น สมาร์ทโฟน แทปเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ กลายเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กๆใช้เวลากับการในการนั่งเล่นเกม มากกว่าการเล่นกลางแจ้ง หรือออกกำลังกาย การเรียนรู้ที่ผ่านการเล่นก็หายไป 

กิจกรรม เรียน รู้ เล่น กลางแจ้ง จึงเหมือนเป็นการนำเด็กๆเข้าสู่การเล่นที่สนุกสนาน และได้เรียนรู้ไปในตัวค่ะ

เอาล่ะ.. ตอนนี้ได้เวลาสนุกแล้ว เด็กๆต้อง เตรียมร่างกายให้พร้อมด้วย Scott's Vit C ก่อนตะลุยฐานต่างๆ (สู้ๆนะน้องปราย) 

กิจกรรมแรกที่น้องปรายรุ้งเล่น เป็นกิจกรรมระบายสี ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างจินตนาการให้กับเด็กๆ
 
 

กิจกรรมการต่อจิ๊กซอว์ ทำให้เด็กๆมีสมาธิ

 กิจกรรมการหาไข่ไดโนเสาร์ กิจกรรมนี้เสริมความอยากรู้อยากเห็นของเด็กๆ (ด่านนี้ปรายรุ้งชอบเป็นพิเศษเลยค่ะ)

 

 และกิจกรรมสุดท้าย เป็นกิจกรรมเสริมสร้างความแข็งแรงค่ะ

 
 

คุณ หมอยังอธิบายถึง ข้อดีของการเล่นกลางแจ้งว่า เด็กๆจะได้รับวิตามินดี มีผลต่อการเจริญเติบโตอีกด้วย ในส่วนของ EQ เด็กๆที่ได้เล่นร่วมกับเด็กคนอื่น จะมีพัฒนาการทางสังคมที่ดี เพราะปัจจุบันเด็กๆมักมีปัญหารการพูดช้า ซึ่งเป็นผลจากการที่ ไม่ได้ออกไปเล่นนอกบ้านร่วมกับเพื่อนบ้านเป็นต้น

 

ปัญหา อีกอย่างหนึ่งของเด็กในวัยนี้  หลายคนไม่ชอบทานผักผลไม้ คุณหมอกล่าวว่า ปกติเด็กเล็กๆก็ควรได้รับวิตามินซี 30-60 มก.ต่อวัน เพราะวิตามินซีจะเป็นพวกแอนตี้ออกซิแดนซ์  เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน คือเด็กอาจจะรับเชื้อง่าย เวลาเจอคนหลากหลาย เพื่อนในห้องเดียวกันเป็นหวัดนัวเนีย การได้รับวิตามินซีก็จะทำให้เด็กแข็งแรงขึ้น ส่วนหนึ่งเด็กจะค่อนข้างแอคทีฟ วิตามินซีจะช่วยเสริมสร้างเส้นเลือดให้แข็งแรง มันจะช่วยลดภาวะเลือดออกง่าย เลือดออกจากเหงือก เลือดกำเดาไหล เวลาหกล้มเลือดออกมันก็จะหยุดง่ายขึ้น ถ้าขาดวิตามินซี มันก็จะมีปัญหาเส้นเลือดเปราะ เส้นเลือดฝอยแตกง่าย เพราะฉะนั้นกินเสริมก็จะดีกว่า เพราะปัจจุบันคนเลี้ยงลูกนอกบ้านเขาก็ไม่ค่อยได้กินผักผลไม้ แล้วในน้ำส้ม วิตามินซีมันเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ เจอแดด เจอความร้อนก็สลายหมดแล้ว 

ต้องขอบคุณกิจกรรม เล่น เรียน รู้ กลางแจ้ง ของ Scott's Vit C ได้รับทั้งความสนุกและความรู้เพียบเลย.. 

ครั้งนี้แม่ปันปรายได้มีโอกาสพบกับบล็อกเกอร์คุณโบว์ - แม่น้องมีนา และคุณแหม่ม - แม่น้องมามิ ด้วย

ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกสักหน่อย

 
 

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ ครั้งหน้าแม่ปันปรายไปร่วมกิจกรรมอะไรดีๆแบบนี้อีก จะมาเล่าให้ฟังอีกค่ะ

คุณแม่คนไหนอยากติดตามข่าวสารดีๆจาก Scott Vitamin C  เข้ามาได้ที่นี่เลย

https://www.facebook.com/scotts.vitamin

 

~แม่ปันปราย~

 
เรื่องน่าเบื่ออย่างหนึ่งของแม่บ้านลูกเล็กๆอย่างเรา ก็คือ เด็กๆ ชอบรับประทานอาหารหกเลอะเทอะ พูดง่ายๆก็คือ กินไม่เป็นที่เป็นทาง อยากกินตรงไหนก็กินเลยขอให้มีที่ให้วางบ้างเป็นพอค่ะ  
 
อย่างน้องปราย ชอบทานขนมที่โซฟาหน้าทีวี ดูหนังไปกินขนมไป บางทีบอกว่าจะทานข้าวเอง เผลอแ๊ป๊บเดียวหยิบถ้วยข้าวไปนั่งกินบนโซฟาอีกแล้ว ที่สำคัญโซฟาที่บ้านเป็นแบบผ้าด้วย (หนักใจจริงๆ) 
 
กับข้าวแห้งๆก็ยังพอไหวนะคะ แต่บางทีข้าวไข่พะโล้ หรือต้มจืดแบบนี้ก็มี หกทีก็แย่เลย ไหนจะต้องเก็บให้สะอาด ไหนจะกลิ่นติดโซฟาอีก (เฮ้อ..)
  
 
 
แม่ปันปรายลองใช้ ผลิตภัณฑ์ขจัดกลิ่นบนผ้า แอมบิเพอร์ ใหม่ กลิ่นหอมดีด้วย ลองฉีดโซฟาตัวปัญหาดู.. ต้องยอมรับเลยค่ะว่าช่วยได้เยอะมาก
 

แม้แต่เจ้าหมาเลดี้ ตุ๊กตาเหม็นๆของน้องปรายรุ้ง แม่ปันปรายลองฉีดดู กลิ่นก็ดีขึุ้นเยอะเลย    

ที่นอนของแม่ปันปราย  มีกลิ่นฉี่น้องปรายรุ้ง ปกติก็จะเป่าพัดลมให้แห้งอย่างเดียว ครั้งนี้แม่ปันปรายใช้ ผลิตภัณฑ์ขจัดกลิ่นบนผ้า แอมบิเพอร์ ฉีดทั่วๆหลังจากที่เป่าพัดลมแล้ว กลิ่นก็ดีขึ้นระดับหนึ่ง

 
 
ทั้งนี้เพราะ ผลิตภัณฑ์ขจัดกลิ่นบนผ้า แอมบิเพอร์ ใหม่ มีประสิทธิภาพ ในการขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ พร้อมทั้งคืนความหอมให้กับผ้าของผลิตภัณฑ์ขจัดกลิ่นบนผ้า แอมบิเพอร์ อยู่ที่เทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะที่มีคุณสมบัติในการลดแรงตึงผิว ทำให้เมื่อฉีดผลิตภัณฑ์แอมบิเพอร์ สูตรเฉพาะที่ประกอบด้วยสารแอนตี้แบคทีเรีย และ “ลูพาซอล” ซึ่งเป็นสารสกัดจากข้าวโพดที่อยู่ในแอมบิเพอร์สามารถแทรกซึมลงสู่เนื้อผ้าได้เป็นอย่างดี เพื่อช่วยกำจัดแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่นอับชื้นบนผ้า และสารลูพาซอลจะตรงเข้าจับโมเลกุลของกลิ่นเหม็นต่างๆ เช่น กลิ่นบุหรี่ กลิ่นอาหาร กลิ่นกาย กลิ่นเท้า เป็นต้น ในขณะเดียวกันก็จะกระจายความหอมลงสู่เนื้อผ้า แอมบิเพอร์ใช้สารสกัดจากธรรมชาติ เหมาะสำหรับผ้าทุกชนิด
 

วิธีการใช้

1)    สเปรย์ผลิตภัณฑ์ขจัดกลิ่นบนผ้า แอมบิเพอร์ลงบนสิ่งของที่ทำจากผ้าให้ทั่วบริเวณ โดยถือขวดห่างจากบริเวณที่ต้องการประมาณ 30ซม.

2)    รอให้สเปรย์แห้งประมาณ 10นาที กลิ่นไม่พึงประสงค์จะถูกขจัดไปเมื่อเสปรย์แห้ง

 

จากการทดลองใช้ครั้งนี้ แม่ปันปรายค่อนข้างพอใจในผลิตภัณฑ์ทีเดียว โดยเฉพาะของที่ทำความสะอาดยาก อย่างเช่นหมอน ที่นอน โซฟา นับว่าเป็นประโยชน์สำหรับแม่บ้านอย่างเราๆมากเลยจ้ะ

ที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์ขจัดกลิ่นบนผ้า แอมบิเพอร์ ใหม่ ยังรับประกันความพึงพอใจสำหรับลูกค้าทุกท่าน “Money back Guarantee” ดูรายละเอียดได้จาก http://www.ambipurmoneyback.com/ หรือเข้าใจดูรายละเอียดอย่างอื่นเพิ่มเติมได้ที่ Ambi Pur fanpage ตามลิงค์นี้จ้ะ https://www.facebook.com/AmbipurThailand

 

* ผลิตภัณฑ์ขจัดกลิ่นบนผ้า แอมบิเพอร์ ทั้ง 3 สูตร มีวางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 125 บาท และแบบรีฟิลในราคา  89 บาท ตามห้างสรรพสินค้าขั้นนำทั่วประเทศ

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 

เวลาพิเศษของครอบครัว

posted on 16 Oct 2013 19:10 by pun-prai  in Other
 
                      

 

ดูวิดีโอชุดนี้ แล้วนึกถึงตัวเองค่ะ  เข้าใจอารมณ์ความเป็นแม่.. แอบชื่นชมคุณเจี๊ยบ วรรธนา อยู่แล้ว เป็นผู้หญิงเก่งคนหนึ่ง เข้มแข็งมาก และยังร้องเพลงเพราะอีกด้วย

การเป็นแม่นี่ ไม่มีบทเรียนให้หรอกนะคะ มีลูกเมื่อไหร่ ความเป็นแม่ก็ทำงานทันที  จริงอย่างคุณเจี๊ยบพูดไว้ คุณแม่ที่ทำงานนอกบ้านด้วย ส่วนใหญ่มักจะยุ่งอยู่เสมอ.. อย่างแม่ปันปรายเอง ตื่นขึ้นมาต้องรีบดูแลน้องปรายให้อาบน้ำ แต่งตัวไปโรงเรียน และต้องจัดการเรื่องอาหารเช้า จากนั้นค่อยจัดการกับตัวเองเพื่อไปทำงาน ตอนเย็นกลับมาบ้าน ก็ต้องดูแลน้องปราย สอนการบ้าน ทำกับข้าว  และต้องทำงานบ้านอีก  

เพราะว่าคนเป็นแม่วุ่นวายแบบนี้ บางทีก็ทำให้เราลืมดูแลตัวเอง  แม่ปันปรายอายุย่างเข้าเลขสี่แล้ว..  การดูแลตัวเองให้ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ช่วงหนึ่งแม่ปันปรายผมร่วงมาก เวลามัดผมทีไร แกะยางมัดผมออก ผมก็จะขาดร่วง ถ้าปล่อยผม ผมก็ดูแห้งไม่มีน้ำหนัก จัดแต่งไม่เป็นทรงเลยค่ะ  จำได้ว่าเห็นผมตัวเองร่วงตามพื้นเยอะแล้วเศร้า.. กลัวจะกลายเป็นคนผมบาง ไม่สบายใจเลยจริงๆ

แม่ปันปรายตัดสินใจดูแลเส้นผมโดยใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผมเสียโดยเฉพาะ โดยเริ่มจากใช้ครีมนวดผมทุกครั้งหลังสระ และหมักผมด้วยทรีทเมนต์ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นประจำ แค่ประมาณ 2 สัปดาห์  ผลปรากฏว่า สุขภาพผมดีขึ้นมากเลยค่ะ รู้สึกผมดูชุ่มชื้นขึ้น  การจัดแต่งทรงผมก็ทำได้ง่าย และไม่ขาดร่วงมากเหมือนแต่ก่อน ทุกวันนี้เหมือนเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้เลย

 

เพิ่งไปงานแม่ที่โรงเรียนมา น้องปรายก็ชอบ อยากให้แม่แต่งตัวสวยๆ และทำผมเรียบร้อย 

 
 

เดี๋ยวนี้ไปเที่ยวไหนๆ ก็สบายใจ การมีผมสุขภาพดี ก็ทำให้ผู้หญิงอย่างเราๆดูสวยขึ้น มีความมั่นใจขึ้นเยอะเลยนะคะ

 


ช่วงนี้ Pantene จัดกิจกรรมที่ชื่อว่า “Moment to shine Moment to share” เป็นกิจกรรมที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้หญิงที่ดูแลสุขภาพผมให้ดีในช่วงเวลาที่พิเศษ..  เพื่อนๆที่สนใจ ลองกดเข้าไปชมเรื่องราวความประทับใจของสาวๆกันได้ที่ https://apps.facebook.com/pantenemoment/ ค่ะ..

 

สำหรับผู้หญิงเราแล้ว..  ช่วงเวลาพิเศษ ย่อมต้องการความพิเศษสำหรับตัวเองด้วยเช่นกัน ขอบคุณ แพนทีนที่ช่วยให้เส้นผมของ แม่ยุ่งๆคนนี้ สวยทันเวลาความสุข.. แบบแม่ๆลูกๆค่ะ

 

 

~แม่ปันปราย~