ก๋วยเตี๋ยวเรือ

posted on 28 May 2012 17:14 by pun-prai  in Food
 
เมนู ก๋วยเตี๋ยวเรือ ตอนนี้เป็นเมนูเส้นยอดฮิตของที่บ้านแม่ป้ันปรายแล้วค่ะ ทำครั้งเดียวกินได้หลายคน แม่ปันปรายเองหลังจากทำเสร็จก็สบายไปทั้งวัน จะกินเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำ ก๋วยเตี๋ยวแห้ง หรือเกาเหลาก็ได้ด้วย 
 
 
รูปชุดนี้ เก็บจากหลายครั้งๆที่เคยทำไว้ บางรูปก็จะดูเป็นก๋วยเตี๋ยวหมู บางรูปก็จะดูเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อนะคะ (ไม่ต้องแปลกใจจ้ะFoot in mouth)
 
ส่วนวิธีการทำ เพิ่มเติมได้จากสูตรน้ำซุปของเมนู " ก๋วยเตี๋ยวผัก " ที่เคยทำไว้ก่อนหน้านี้จ้ะ
 
เอาล่ะ ตอนนี้มาดูที่เครื่องปรุงกันก่อนได้เลย
  • กระดูกหมู ให้ใช้เป็นส่วนของกระดูกข้อ 
  • เนื้อหมู หั่นเป็นท่อน (ไว้ทำเนื้อเปื่อย)
  • เลือดสด (ปริมาณ 1 ลิตรได้ค่ะ รู้สึกว่าจะซื้อมา 20 บาท)
  • คะน้า หรือผักบุ้ง หั่นเป็นท่อนๆ ตามชอบ
  • หัวไชเท้า, คึ่นฉ่าย, ต้นหอม,ผักชี
  • หอมหัวใหญ่ 2 หัว
  • กระเทียมดอง (ไม่ต้องเอาน้ำ) 2 - 3 ห้ว
  • ชุดปรุงน้ำก๋วยเตี๋ยว 1 ซอง
  • ตั้งไฉ่, ถั่วงอก
  • เส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นหมี่ ตามใจเลยค่ะ
  • กระเทียมเจียว
 
วิธีทำน้ำซุป
  • เติมน้ำเกือบเต็มหม้อ กะดูว่า เวลาเดือดแล้วจะไม่ล้น
  • ใส่เครื่องปรุงก๋วยเตี๋ยว และกระดูกข้อลงไปได้เลย ต้มไปเรื่อยๆจนกระทั่งเดือด
  • ถ้าจะใส่ เนื้อหมูชิ้นต้มเปื่อย ก็ให้ใส่ลงไปตอนนี้ได้เลยเช่นกันจ้ะ
  • (ปล. แม่ปันปรายจะล้างและลวก กระดูกข้อกับเนื้อหมูสำหรับทำเนื้อเปื่อยก่อน ค่อยนำลงต้มค่ะ กรณีทำก๋วยเตี๋ยวน้ำใส น้ำจะได้ใสน่าทาน)

  • เมื่อเดือดดีแล้ว ปรุงรสด้วย รสดี ซีอิ๊วขาว น้ำปลา เกลือ น้ำตาลทราย และใส่ซีอิ๊วดำหวานลงไปด้วยอีกนิดหน่อย จะทำให้สีสวยน่ารับประทาน จากนั้นก็ปรุงไปชิมไปจนชอบเลยนะคะ
  • วันนี้ทำก๋วยเตี๋ยวเรือ แม่ปันปรายจะใส่เลือด หอมหัวใหญ่ และกระเทียมดอง ลงไปช่วงปรุงรสนี้จ้ะ เวลาใส่เลือดค่อยๆใส่นะคะ ไม่ต้องใส่ทีเดียวหมด ดูว่าชอบเข้มข้นมากน้อยแค่ไหน ตามแต่ใจได้เลย

(สังเกตภาพ เมื่อใส่เลือดแล้ว น้ำก๋วยเตี๋ยวดูเข้มข้นมาก Cool)

  • น้ำก๋วยเตี๋ยวถ้าได้ใส่เลือดลงไปแล้ว ปรับเป็นไฟกลางค่ะ ต้มเรื่อยๆซักพักหนึ่งค่อยกลับมาชิมใหม่ คราวนี้รสชาติจะหวานขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย หรือใครจะปรุงรสเพิ่มก็ได้
  • อุ่นน้ำก๋วยเตี๋ยวต่อไปอีกสัก พักใหญ่ประมาณ ครึ่งชั่วโมง ถึง หนึ่งชั่วโมง ก็เป็นอันใช้ได้แล้วจ้า

สำหรับเครืื่องเคียงอย่างอื่น ก็ให้จัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อยจ้ะ เช่นคะน้าหั่น ถั่วงอก กระเทียมเจียว หอมซอย ผักชีฝรั่งซอย เป็นต้น

(แถมๆ..) กระเทียมเจียว แม่ปันปรายชอบ ตำแคบหมูใส่ลงไปเจียวด้วย จะหอมกรอบอร่อยมากเลยจ้ะ

อีกอย่างที่ขาดไม่ได้สำหรับก๋วยเตี๋ยวเรือ นั่นก็คือพริกน้ำส้ม วิธีทำก็คือ ตำพริกกระเทียมให้เข้ากัน แล้วใส่ น้ำตาลและเกลืออีกนิดหน่อย แล้วจึงเติมน้ำส้ม จะได้รสชาติน้ำส้มสำหรับก๋วยเตี๋ยวก็กลมกล่อม

ทำเสร็จแล้ว เตรียมตัวทานได้...

ผักเคียงก็พร้อมแล้วด้วย..

ขอให้อร่อยทุกท่านค่ะ

 

~แม่ปันปราย~

 

สนใจเมนูก๋วยเตี๋ยวอื่นๆ กดที่รูปภาพได้เลยจ้า

 

    

 

 

เคยได้ยินคำพูดหนึ่งบอกไว้ว่า  ผู้ที่อยู่เบื้องหลังของความสำเร็จที่แท้จริง ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก คนๆนั้นก็คือ แม่ของเรานี่เอง ..

 

วันนี้แม่ปันปรายมีภาพยนตร์โฆษณาชุดหนึ่ง อยากให้เพื่อนๆ ได้ลองชมกันดูค่ะ 

 

ความรู้สึกแว่บแรกหลังจากที่ดูวิดิโอเสร็จแล้ว คือ “ตรงใจ” นี่แหล่ะแม่ นี่แหล่ะคือนิยามของคำว่าแม่

 

ความรักของแม่เป็นภาษาสากลจริงๆ ไม่ว่าคนชาติไหนๆต่างก็สัมผัสได้.. ไม่จำเป็นต้องมีความพูดอะไรมาอธิบายทั้งนั้น

 

ช่วงตอนที่ดูวิดิโอ แม่ปันปรายก็คิดตามไปด้วยหลายอย่างค่ะ แต่เมื่อดูจบแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะดูใหม่อีกครั้ง 

 

แต่ครั้งนี้เหมือนเห็นตัวเองกำลังเดินไปปลุกลูกเองเลย  ลูกของเรา ตัวยังเล็กๆอยู่ แม่ก็ปลุกให้ไป อาบน้ำ ทานข้าว แล้วก็ไปส่งลูกไปโรงเรียน

เมื่อก่อน ตัวเองก็เคยไปส่งลูกเรียนว่ายน้ำ หรือเล่นแบดมินตัน ก็นั่งรอลูกแบบนี้เหมือนกัน บางทีไปนั่งรอนานๆ ก็หาหนังสือไปอ่าน หรือเอาไหมพรมไปนั่งถักรอ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะคอยแอบมองลูกของตัวเองบ่อยๆ Money mouth 

 

จริงๆแล้วคือห่วง.. กลัวลูกล้ม หรือบาดเจ็บ..

 

ในโฆษณาสื่อได้ดีมากหลายตอน อย่างตอนที่ลูกฝึกยิมนาสติกบนคานทรงตัว แล้วพลาด คนเป็นแม่ก็คงอดใจหายไม่ได้เหมือนกัน เพราะจริงๆแล้วคนเป็นแม่ ลุ้นมากว่าลูกอีกนะคะ (ขอบอก..)

  

แม่ปันปรายประทับใจเกือบทุกตอนของวิดิโอชุดนี้ แต่ตอนจบ ซึ้งมากๆ เพราะความเป็นแม่รึเปล่าก็ไม่รู้ เห็นลูกประสบความเร็จ ชนะเลิศ ได้เหรียญทองแบบนี้  ความสุขมันล้นเหลือเกิน อยากจะตะโกนว่า นี่แหล่ะ ลูกชั้นล่ะ  อยากเข้าไปกอดแน่นๆ รู้สึกแบบนั้นจริงๆ...

 

เพราะความสุขของแม่ คือการได้เห็นความสำเร็จของลูก

 

และแม้ลูกเรายังไม่ได้ประสบความสำเร็จเหมือนในหนังโฆษณา แต่ความเป็นแม่ของเรายังอยู่ในทุกๆเวลา ทุกๆที่

  

จำได้ว่า อย่างตอนลูกสอบเข้าเรียนต่อ เหมือนว่าเรา คนเป็นแม่นี่ล่ะ จะลุ้นมากกว่าเจ้าตัวเค้าเสียอีก  ถ้าอ่านหนังสือแทนกันได้ก็จะอ่านให้เลย  คุณแม่หลายคนทุกวันนี้มีอาการคล้ายๆกัน  ลูกอ่านหนังสือสอบ บางคนก็นั่งเผ้า นอนเผ้ากันเลยทีเดียว  แถมเสบียงให้อีกต่างหาก.. (ก็คนมันห่วงนี่คะ)

 

ยิ่งถึงเวลาประกาศผลสอบ หัวใจแม่เต้น ตุ่มๆ ต่อมๆ ตื่นเต้น จนแทบไม่อยากดูผลสอบ มันลุ้นเกินไป..  (ใจจะวาย..) เจ้าค่ะ.. เฮ้อ 

 

ลูกสอบได้ ดีใจหน้าบาน ไม่ต้องเล่าหรือประกาศใครหรอก คนเค้ารู้กันทั้งซอย  ก็คุณแม่ยิ้มไม่หุบเลยนี่เนอะ.. Cool

 

แต่ถ้าลูกสอบไม่ได้ แม่ก็เศร้า หดหู่ ทุกข์มากกว่าลูกเสียอีก ทำอารมณ์ไม่ถูก คนเป็นแม่ต้องเข้มแข็ง  ต้องอดทน ให้กำลังใจกับลูก เราเศร้าก็ให้เศร้าในใจ ต้องบอกลูกว่าไม่เป็นอะไร ต้องบอกลูกว่าต้องสู้ใหม่ ต้องให้กำลังใจ สร้างพลัง  เราเป็นแม่ต้องแข็งแรงนะคะ ทั้งภายในและภายนอก คนเป็นแม่นี่ งานหนักจริงๆ..

 

โฆษณาชุดนี้มาจากแคมเปญ Proud Sponsor of Mom หรือ ภูมิใจที่ได้สนับสนุนแม่ทุกคน ของพีแอนด์จีที่ทำขึ้นเพื่อขอบคุณคุณแม่นักกีฬาที่จะเข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่มหานครลอนดอน ประเทศอังกฤษในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า รวมทั้งขอบคุณแม่ทุกคน สำหรับในบ้านเราก็เรียกว่าอีกไม่กี่เดือนก็วันแม่แล้วค่ะ เห็นแล้วตรงใจมากๆ  งานของแม่เป็นงานหนัก หนักมากถึงมากที่สุด  และเป็นงานพิเศษ ที่แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงไหน แต่ยิ่งทำก็ยิ่งมีความสุข

 

สำหรับแม่ปันปรายแล้วต้องบอกว่า  ดีใจที่ได้เป็นแม่

 

หากคุณคิดว่าโฆษณานี้เป็นโฆษณาที่กินใจและชอบฝากแชร์ต่อ และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของแคมเปญ Proud Sponsor of Mom ได้ที่ www.facebook.com/PGThailand กันนะคะ

 

ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ทุกคนค่ะ

 

 

สาคูเปียกมะพร้าวอ่อน

posted on 21 Mar 2012 19:24 by pun-prai  in Food
 
อาทิตย์ที่แล้วอยากทานของหวานไทยๆ ที่ทำง่ายๆ เมนูนี้เป็นเมนูโปรดของคุณยายด้วย
 
แม่ปันปรายทำ สาคูเปียกมะพร้าวอ่อน หวานหอม..ชื่นใจ คุณตาคุณยายชอบมาก ทานกันคนละ 2 ถ้วย หายอยากกันไปพักใหญ่เลยค่ะ Embarassed
 
สิ่งที่ต้องเตรียมก็มีไม่มาก ตามนี้นะคะ
  • เม็ดสาคู 250 กรัม (ประมาณครึ่งถุง)
  • กะทิกล่อง 250 กรัม
  • มะพร้าวอ่อน 2 ลูก (ขูดเนื้อมะพร้าวให้เป็นเส้น แล้วเก็บน้ำมะพร้าวไว้)
  • น้ำตาลทรายประมาณ 400 - 500 กรัม (อันนี้แล้วแต่ชอบค่ะ)
  • น้ำปล่าวประมาณ 750 มล. (เกือบ 1 ลิตร)
  • ข้าวโพดหวาน 1 ฝัก หั่นให้เรียบร้อย
  • ใบเตย 5 - 6 ใบ ล้างให้สะอาด แล้วมัดเป็นปมไว้ 2 อัน

วิธีทำ

  • ต้มน้ำให้เดือด แล้วจึงไปล้างเม็ดสาคู โดยล้างน้ำผ่านๆ ใส่กระชอน ไม่้ต้องใช้มือซาวนะคะ เดี๋ยวจะเละ
  • เมื่อล้างเม็ดสาคูเสร็จแล้ว ให้เทใส่น้ำที่ต้มไว้เดือดๆเลยจ้ะ (ค่อยๆเทล่ะ เีดี๋ยวน้ำร้อนกระเด็นใส่)

  • ปรับไฟเป็นไฟกลาง แล้วคนสาคูไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเม็ดสาคูเริ่มใสเป็นตากบ แล้วจึงเทน้ำตาลลงไป
  • ค่อยๆเทน้ำตาล ใส่ทีละน้อยๆก่อนได้ คนไปด้วยนะคะ ระวังก้นหม้อไหม้
  • คนไป ชิมไปค่ะ จนได้รสหวานที่พอใจ

  • ใส่น้ำตาลเสร็จสักพัก ก็ใส่ข้าวโพดและมะพร้าวที่ขูดหรือหั่นเป็นเส้นไว้ลงไป คนไปเรื่อยๆเช่นเดิม ใส่น้ำมะพร้าวที่เราเก็บไว้ลงไปด้วยค่ะ ให้ค่อยๆใส่นะคะ ดูว่าเม็ดสาคูอืดก็ค่อยๆเท ค่อยๆคน (แต่วันนี้แม่ปันปรายก็ใส่จนหมด 2 ลูกค่ะ น้ำมะพร้าวไม่มากเท่าไหร่ แถมยังแอบกินไปก่อนด้วยนิดนึง Kiss)
  • ระหว่างที่ต้มเม็ดสาคู ก็ให้ใส่ ใบเตยที่มัดไว้ลงไปด้วย รับรองว่าหอมชื่นใจ 
  • ดูจนกระทั่งเม็ดสาคูใสดี หรือเห็นว่าเม็ดสาคูใสเหลือเป็นตากบนิดเดียวก็ปิดไฟพอได้เลยค่ะ 
  • จากนั้นปิดฝาหม้อพักไว้ก่อน หันมาทำกะทิไว้สำหรับราดแทนจ้ะ
  • ตั้งกะทิใส่หม้อหรือกระทะ ใช้ไฟอ่อนๆ
  • ใส่น้ำตาลทรายลงไปประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ และตามด้วยเกลืออีกประมาณ 1 ช้อนชา คนให้เข้ากันด้วยไฟอ่อนๆ ลองชิมรสดู ให้เค็มเล็กน้อย 
  • (ปล. สูตรกะทิราดของแม่ปันปราย จะใส่น้ำตาลทรายด้วยนะคะ ส่วนตัวแล้วไม่ชอบแบบรสเค็มแหลมๆ ใครชอบแบบใส่แต่เกลือก็ได้ไม่เป็นไรจ้ะ ส่วนปริมาณก็ปรับได้ตามใจชอบ)

เอาล่ะ แค่นี้ก็เสร็จแล้ว ตักเสริฟทานได้เลย.. ^_^

ถ่ายหน้าเต็มๆ ให้อีกรูปจ้ะ Cool

ขอให้อร่อยทุกท่านนะคะ
 
~แม่ปันปราย~