ทุกวันนี้ การเลี้ยงดูลูกหลาน โดยมุ่งเน้นพัฒนาการด้านสังคม อารมณ์ และสุขภาพ กลายเป็นประเด็นใหม่ที่เริ่มมีการพูดคุยกันมากขึ้นค่ะ
 
คุณพ่อคุณแม่หลายคน น่าจะยังเคยชินกับเสียงของพ่อแม่ของตน ที่คอยบอกอยู่เสมอว่า ต้องตั้งใจเรียน เรียนหนังสือเก่งๆ อ่านหนังสือเยอะๆ จะได้เป็นทำงานดีๆ และสบายในอนาคต
 
 
แม่ปันปรายเอง ก็เติบโตมาเช่นนั้น มีคุณพ่อคุณแม่คอยเตือนเสมอ ให้ต้องขยัน และตั้งใจเรียนตลอดเวลา จนบางครั้งตนเองก็รู้สึกเครียด
 
 
ปัจจุบันนี้ คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเด็ก หลายท่านได้ให้ความเห็น และตั้งข้อสังเกตถึงการพัฒนาเด็กแบบเก่า ที่มุ่งสอนให้ขยันเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ได้ใส่ใจถึง การพัฒนาทางด้านสังคม ร่างกาย หรือจิตใจของเด็กๆ
 
ดั่งใจบทความของอาจารย์ พญอดิศร์สุดา เฟื่องฟู ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก จากสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
 
เคยกล่าวไว้ว่า การเลี้ยงลูกของพ่อแม่ยุคนี้ ผลักดัน” หรือ กดดัน

 
ทั้งนี้เพราะ พ่อแม่ในปัจจุบัน ยังเน้นถึงการเรียนของลูกเป็นหลัก และมักเปรี่ยบเทียบลูกของตนกับเด็กคนอื่นๆ แรงผลักดันจึงได้กลายเป็นแรงกดดันสำหรับเด็กแทน ส่งผลให้เด็กๆมีความรู้สึกเครียด 

และทำให้ลูกเสียโอกาสในการมีพัฒนาการรอบด้าน ลูกขาดทักษะชีวิตที่จะเรียนรู้อยู่รอดในสังคม อย่างมีความสุข

อาจารย์ พ.ญ. ตวงพร สุรพงษ์พิวัฒนะ
 
 
ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่ กล่าวถึงการดูแลเด็กในปัจจุบัน ที่คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่มักจะทำงานไปด้วย การดำเนินชีวิตก็เป็นไปอย่างเร่งรีบ และบ่อยครั้งที่พ่อแม่เผลอตัวเปรียบเทียบลูกตัวเองกับลูกคนอื่นทั้งๆ ที่สภาพความเป็นอยู่แต่ละบ้านนั้นไม่เหมือนกัน อาจส่งผลให้พ่อแม่ผลักดันลูกมากเกินไปเพื่อชดเชยความรู้สึกเหล่านี้ด้วยการส่งลูกเรียนพิเศษ ติวเข้มวิชาการ ซึ่งพบเห็นกันตั้งแต่ระดับอนุบาล เป็นเหตุให้เด็กๆ สูญเสีย ทักษะการใช้ชีวิตและการเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข
 
ลองมาดูแผนภาพที่แสดงให้เห็นกีงหัวใจของการเลี้ยงลูก สำหรับแม่ค่ะ

 
ปัจจุบันนี้การดูแลเด็กแบบเน้นพัฒนาการรอบด้าน เป็นที่หลักการใหม่ที่เหมาะกับยุคสมัยปัจจุบัน เพราะทำให้เด็กเติบโตสมวัย อย่างฉลาด และสุขภาพกายใจดีครบถ้วน
 
แม่ปันปรายเองก็พยายามเน้นความสำคัญด้านนี้กับน้องปรายเช่นกันค่ะ โดยอาศัยเคล็ดลับ 4 ข้อสำคัญดังนี้
 
 
เช่นต้องพาลูกไปออกกำลังกายกลางแจ้ง หรือไปทัศนศึกษาในที่ใหม่ๆซึ่งคุณพ่อคุณแม่ มีส่วนสำคัญในการให้ความรู้แก่เด็กๆ โดยอาศัยสิ่งรอบๆตัว
 
ให้การศึกษากับเด็กๆ ด้วยประสบการณ์และการพูดคุย เพราะพ่อกับแม่ เป็นหัวใจหลักของการเสริมสร้างพัฒนาการ
 
                      
 
ส่งเสริมจินตภาพและจินตนาการ โดยการเล่น หรือเล่านิทาน
 
 
 
ฝึกให้เด็กได้รู้จักเล่นกับเพื่อน เพื่อเสริมพัฒนาการทางสังคม ให้รู้จักการแบ่งปัน การให้อภัย รู้จักการแก้ปัญหา ระหว่างเพื่อน
 
 
และต้องอย่าลืมฝึกให้เด็กๆได้รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์อยู่เสมอ ร่างกายแข็งแรง สุขภาพใจก็แข็งแรงตามไปด้วย
 
 
 
 
 
ทั้งหมดนี้ เราซึ่งเป็นพ่อแม่ คือผู้ที่ต้องใส่ใจและคอยดูแล ให้เด็กๆได้พัฒนาครบพร้อมอย่างรอบด้าน และสิ่งที่ได้ต่อมา และสำคัญมากๆก็คือ เด็กๆจะมีภูมิคุ้มกันทางจิตใจที่แข็งแรง เพราะความเอาใจใส่ของคุณพ่อคุณแม่จะเป็นเสมือนเกราะป้องกันอันตรายสำหรับเด็กๆจนกระทั้งเค้าได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคตค่ะ
 
 
 
 
-แม่ปันปราย-
 

Comment

Comment:

Tweet

confused smile confused smile

#1 By ปิยะ99 on 2014-08-02 15:39