Family

บ้านแม่ปันปรายกำลังทำใหม่ รีโนเวทจากบ้านชั้นเดียวให้เป็นร้านอาหาร ขนาดกระทัดรัด ไม่เล็กไม่ใหญ่ มีต้นไม้บ้างไรบ้าง เพื่อให้ดูร่มรื่น
 
จริงๆแล้วไม่ได้ตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้จึงไม่มีภาพบ้าน(เดิม) ฉบับเต็ม ทุกด้านให้เห็น ถ้าหาเจอแล้วจะนำเอา EDIT เพิ่มเติมให้นะคะ 
 
 
บ้านของเรา เป็นบ้านชั้นเดียว หลังคาซีแพคโมเนียมีฟ้าน้ำทะเล มีหลังคาจั่ว 2 ชั้น และมีปั้นหยา บริเวณทางเข้าหน้าบ้าน
 
 
ดูรูปประกอบ - ตรงเส้นปะสีแดง เป็นแนวรั้วบ้านเดิม แล้วทุบออก
 
 
ที่เห็นดินแดงๆ ด้านหน้านี้มีการไถปรับดินมาก่อนแล้วค่ะ ส่วนทางเข้าของรั้วบ้าน เป็นด้านที่รถกระบะหันหน้าออกไป นี่คือ (ตามแบบเดิมแต่รูปให้ดูแค่นี้)
 
 
ภาพนี้จะเห็นชัดขึ้น >> เป็นโครงสร้างที่กำลังรื้อออกไปค่ะ  บ้านเราก็จะอยู่หลังเส้นสีแดง ที่เห็นเป็นเสา คือรั้วเดิมที่ทุบไปแล้ว ตั้งใจจะขยายเต็มพิ้นที่ล่ะ 
 
 
รูปต่อไปเป็นวิวภาพด้านหน้าของร้านอาหาร (ในอนาคตจ้ะ) การปรับที่ก็พร้อมแล้ว ตอนนี้ก็เริ่มเลาะหลังคาออก เพราะต้องการให้เห็นภาพที่แตกต่างจาก ภาพบ้านเดิมๆ และพื้นที่เต็มๆ
 
การทำงานใช้ผู้รับเหมาหลายเจ้าในช่วงแรก เพราะเรารอ ผู้รับเหมาเพื่อนที่สถาปนิกมาช่วยจัดการอีกที เช่น ปรับที่กับรั้วชั่วคราวก็ให้เจ้านึง รื้อหลังคาก็เป็นเจ้านึงจ้ะ ช่วงแรกเป็นรับเหมาค่าแรงเป็นหลัก ส่วนเราจะซื้อของเอง
 
นับว่าเป็นงานใหญ่จริงๆ พร้อมกับการตัดสินใจเปลี่ยนหลังคาบ้านใหม่ และด้วยที่ระยองฝนตกเยอะตลอดหน้าฝน งานรื้อหลังคาจึงต้องรอให้มั่นใจว่าจะไม่มีฝนค่ะ (เริ่มงานหลังคาประมาณ เดือน พย. ใกล้ๆ ธค. 2555)
 
ว่าแล้วก็รื้อกันแบบลูกทุ่งไปเลย ลุยๆแบบนี้ ไม่นานก็เสร็จจั่วที่ 1 และปั้นหยา
  


ในส่วนของหลังคา เราตัดสินใจใช้ แมททอลชีท แบบที่มีฉนวนกันความร้อน แล้ววางรูปแบบหลังคาให้เป็นแนวที่ทันสมัยขึ้น
  
จากรูปตัดจั่วออกไปทั้ง 2 จั่วแล้วค่ะ แต่ยังไม่ได้มุงหลังคา

 
ช่างทำหลังคา พยายามรื้อหลังคาโดยคงฝ้าตัวเดิมไว้ ทำให้พวกเรานอนกันอยู่ในบ้านแบบปกติได้
 
แต่ก็มีวันหนึ่ง ที่โชคร้ายฝนตกลงมา ตอนค่ำซะด้วย เลยต้องย้ายของกันวุ่นวาย ฝนก็ตกหนักอีก กลัวฝ้าถล่มจริงๆค่ะ ให้ดูบรรยากาศ
 
 
ฝนผ่านไป..เราไม่รอช้าค่ะ งานหลังคารีบทำกันต่อโดยทันที
 
 
 
วันนี้ขอจบ การรีโนเวชั่่นของบ้านปันปรายไว้แค่นี้ก่อนนะคะ  
 
ใครสนุก ลุ้นไปกับแม่ปันปราย โปรดรอติดตามต่อ ในตอนที่ 2 เร็วๆนี้ค่ะ
 
ปล. คนเขียนกำลังไฟแรงล่ะ อิอิ
 
 
-แม่ปันปราย-
 
 
 
ทุกวันนี้ การเลี้ยงดูลูกหลาน โดยมุ่งเน้นพัฒนาการด้านสังคม อารมณ์ และสุขภาพ กลายเป็นประเด็นใหม่ที่เริ่มมีการพูดคุยกันมากขึ้นค่ะ
 
คุณพ่อคุณแม่หลายคน น่าจะยังเคยชินกับเสียงของพ่อแม่ของตน ที่คอยบอกอยู่เสมอว่า ต้องตั้งใจเรียน เรียนหนังสือเก่งๆ อ่านหนังสือเยอะๆ จะได้เป็นทำงานดีๆ และสบายในอนาคต
 
 
แม่ปันปรายเอง ก็เติบโตมาเช่นนั้น มีคุณพ่อคุณแม่คอยเตือนเสมอ ให้ต้องขยัน และตั้งใจเรียนตลอดเวลา จนบางครั้งตนเองก็รู้สึกเครียด
 
 
ปัจจุบันนี้ คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเด็ก หลายท่านได้ให้ความเห็น และตั้งข้อสังเกตถึงการพัฒนาเด็กแบบเก่า ที่มุ่งสอนให้ขยันเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ได้ใส่ใจถึง การพัฒนาทางด้านสังคม ร่างกาย หรือจิตใจของเด็กๆ
 
ดั่งใจบทความของอาจารย์ พญอดิศร์สุดา เฟื่องฟู ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก จากสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
 
เคยกล่าวไว้ว่า การเลี้ยงลูกของพ่อแม่ยุคนี้ ผลักดัน” หรือ กดดัน

 
ทั้งนี้เพราะ พ่อแม่ในปัจจุบัน ยังเน้นถึงการเรียนของลูกเป็นหลัก และมักเปรี่ยบเทียบลูกของตนกับเด็กคนอื่นๆ แรงผลักดันจึงได้กลายเป็นแรงกดดันสำหรับเด็กแทน ส่งผลให้เด็กๆมีความรู้สึกเครียด 

และทำให้ลูกเสียโอกาสในการมีพัฒนาการรอบด้าน ลูกขาดทักษะชีวิตที่จะเรียนรู้อยู่รอดในสังคม อย่างมีความสุข

อาจารย์ พ.ญ. ตวงพร สุรพงษ์พิวัฒนะ
 
 
ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่ กล่าวถึงการดูแลเด็กในปัจจุบัน ที่คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่มักจะทำงานไปด้วย การดำเนินชีวิตก็เป็นไปอย่างเร่งรีบ และบ่อยครั้งที่พ่อแม่เผลอตัวเปรียบเทียบลูกตัวเองกับลูกคนอื่นทั้งๆ ที่สภาพความเป็นอยู่แต่ละบ้านนั้นไม่เหมือนกัน อาจส่งผลให้พ่อแม่ผลักดันลูกมากเกินไปเพื่อชดเชยความรู้สึกเหล่านี้ด้วยการส่งลูกเรียนพิเศษ ติวเข้มวิชาการ ซึ่งพบเห็นกันตั้งแต่ระดับอนุบาล เป็นเหตุให้เด็กๆ สูญเสีย ทักษะการใช้ชีวิตและการเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข
 
ลองมาดูแผนภาพที่แสดงให้เห็นกีงหัวใจของการเลี้ยงลูก สำหรับแม่ค่ะ

 
ปัจจุบันนี้การดูแลเด็กแบบเน้นพัฒนาการรอบด้าน เป็นที่หลักการใหม่ที่เหมาะกับยุคสมัยปัจจุบัน เพราะทำให้เด็กเติบโตสมวัย อย่างฉลาด และสุขภาพกายใจดีครบถ้วน
 
แม่ปันปรายเองก็พยายามเน้นความสำคัญด้านนี้กับน้องปรายเช่นกันค่ะ โดยอาศัยเคล็ดลับ 4 ข้อสำคัญดังนี้
 
 
เช่นต้องพาลูกไปออกกำลังกายกลางแจ้ง หรือไปทัศนศึกษาในที่ใหม่ๆซึ่งคุณพ่อคุณแม่ มีส่วนสำคัญในการให้ความรู้แก่เด็กๆ โดยอาศัยสิ่งรอบๆตัว
 
ให้การศึกษากับเด็กๆ ด้วยประสบการณ์และการพูดคุย เพราะพ่อกับแม่ เป็นหัวใจหลักของการเสริมสร้างพัฒนาการ
 
                      
 
ส่งเสริมจินตภาพและจินตนาการ โดยการเล่น หรือเล่านิทาน
 
 
 
ฝึกให้เด็กได้รู้จักเล่นกับเพื่อน เพื่อเสริมพัฒนาการทางสังคม ให้รู้จักการแบ่งปัน การให้อภัย รู้จักการแก้ปัญหา ระหว่างเพื่อน
 
 
และต้องอย่าลืมฝึกให้เด็กๆได้รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์อยู่เสมอ ร่างกายแข็งแรง สุขภาพใจก็แข็งแรงตามไปด้วย
 
 
 
 
 
ทั้งหมดนี้ เราซึ่งเป็นพ่อแม่ คือผู้ที่ต้องใส่ใจและคอยดูแล ให้เด็กๆได้พัฒนาครบพร้อมอย่างรอบด้าน และสิ่งที่ได้ต่อมา และสำคัญมากๆก็คือ เด็กๆจะมีภูมิคุ้มกันทางจิตใจที่แข็งแรง เพราะความเอาใจใส่ของคุณพ่อคุณแม่จะเป็นเสมือนเกราะป้องกันอันตรายสำหรับเด็กๆจนกระทั้งเค้าได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคตค่ะ
 
 
 
 
-แม่ปันปราย-
 

รูปภาพบอกอะไร

posted on 23 Aug 2012 12:42 by pun-prai in Family directory Lifestyle, Diary
ไม่รู้ตัวเหมือนกันค่ะว่า กลายเป็นคนที่ชอบถ่ายรูปตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แต่ว่าไม่มีกล้องติดตัวแล้วเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง บางทีแค่มองอะไรไปรอบๆ ความรู้สึกมันแว๊บขึ้นมาเลยว่า รูปนี้ต้องถ่ายนะ ต้องเก็บรูปนี้ไว้นะ
 
(รูปพี่ปันนอนให้น้องทำทรายถม ที่เกาะช้าง)
 
(รูปน้องปราย วิ่งหนีไม่ให้แม่ถ่ายรูป)
 
เหมือนเวลาที่ย้อนกลับไม่ได้ เมื่อผ่านไปแล้วก็ผ่านไปเลย ภาพอารมณ์ ความรู้สึก ก็เช่นเดียวกัน
 
 
หลายครั้งแม่ปันปรายเอง เวลาไปเที่ยวไหนๆ แล้วเจอร้านอาหารน่ารักๆตามข้างทาง หรือได้เจอเพื่อนเก่า เพื่อนสมัยเรียนหนังสือ เพือนมหาลัย... ที่เราไม่ได้เจอกันมานานแล้ว แต่เจ้ากรรม.. ลืมเอากล้องไปเสียนี่ อดเสียดายไม่ได้จริงๆ เหมือนกับภาพ ณ เวลานั้น การเจอกัน ณ ตอนนั้น มันมีค่ามาก..
 
 
นึกถึงคำนี้ขึ้นมาเลยค่ะ คำว่า " เหลือไว้เพียงความทรงจำ "  ลึกซึ้งจริงๆ
 
สมัยก่อน ภาพถ่ายก็หายากเหลือเกิน กล้องฟิล์มตั้งแต่รุ่นแม่ปันปรายเด็กๆ เวลาไปล้างทีก็เสียเงินมาก ใครมีกล้องก็ถือว่ามีฐานะเลยทีเดียว  บ้านเรามีกล้องอันหนึ่ง พ่อก็หวงเอาเรื่อง รูปสมัยก่อนจึงไม่ค่อยมีรูปสักเท่าไหร่ เรื่องราวสำคัญๆในช่วงนั้น  จึงบันทึกได้เพียงแค่ในใจเท่านั้นเอง...
 
โชคดีของคนรุ่นนี้ มีภาพถ่ายให้เก็บเป็นระบบดิจิตอล ไม่ชอบใจไม่สวย ก็ลบออกจากกล้องได้เลย ดีจังเลยนะคะ
 
 
แม่ปันปรายมีรูปชุดหนึ่ง ต้องขอบคุณเพื่อนที่จับกล้องมาถ่ายรูปไว้ให้ เป็นภาพแม่ปันปรายตัดผมน้องปรายรุ้ง ดูกี่ครั้งก็จำบรรยากาศได้ Cool
 
 
ลองนึกดูเถอะ ต่อไปลูกแม่คงโตเป็นสาว สักหน่อยคงเดินเข้าร้านเสริมสวย รูปแม่ตัดผมให้คงเป็นรูปแห่งความทรงที่ดี ระหว่างเราสองคนแม่ลูกแน่เลย Money mouth
 
 
การถ่ายรูปอาหารและการทำกับข้าว ก็เป็นความสุขมากอีกอย่างหนึ่งของแม่ปันปรายนะคะ ทุกรูปที่ถ่ายไว้ เหมือนเป็นภาพในการทำงาน ไม่ต้องจดรายละเอียดวิธีการทำ เพราะแต่ละภาพเป็นบันทึกของเราทั้งนั้น เวลาอัพบล็อก ทีไรก็ได้รูปภาพนี่ล่ะ ช่วงเรียงลำดับ และปริมาณวัตถุดิบในการทำ แม้รูปภาพอาหารบางชุดจะทำไว้นานแล้ว แต่เราก็ไม่ได้ลืมเลย (ดีจัง..)
 
 
จริงๆแล้ว แม่ปันปรายไม่ได้ถ่ายรูปเก่งอะไรนะคะ แต่เป็นเพราะความชอบและถ่ายรูปบ่อยๆ อะไรๆก็เหมือนจะรู้ใจกันไปหมด ไปไหนก็หอบหิ้วไปด้วย เรียกได้ว่า กระเตงลูกด้วยสะพานกล้องด้วย..ไปไหนก็ไปกันล่ะ.. (อิอิ)
 
ดูบรรยากาศได้ Embarassed
 
 
 
สำหรับเพื่อนที่ถามไถ่เรื่องกล้องกันมานะคะ แม่ปันปรายใช้ Canon 1000D เป็นกล้องดิจิตอล DSLR ใช้งานง่าย เบามือ ตอนนี้ต้องเรียกได้ว่ารู้ใจกันจนทะลุปรุโปร่งเลยล่ะ Kiss
 
และพบกับรูปภาพและเนื้อหาอื่นเพิ่มเติมไปจากลิงค์นี้จ้า
 
 
 
 
 
อย่าปล่อยให้ความทรงจำำเลือนหาย บันทึกความสุข และความรู้สึกดีๆไว้ ถ่ายรูปกันเถอะค่ะ
 
 
 
แม่ปันปราย
 
 
ปล. แม่ปันปรายร่วมกิจกรรม Thailand Blog Awards 2012 ด้วยนะคะ ใครรักใครชอบบล็อกไหนแวะโหวตกันได้เต็มที่ และถ้าใครจะโหวตให้บล็อกปันปราย ก็กดได้เลยจ้ะตามลิงค์นี้จ้ะ  http://www.thailandblogawards.com/blogs/show/1483