Healthy

 
เมื่อวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2557 ที่ผ่านมานี้ แม่ปันปรายและคุณพ่อคุณแม่บล็อกเกอร์หลายท่าน ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชม โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล สาขาศรีนครินทร์    
 
 
 
พร้อมกับได้ฟังการบรรยายโดย อาจารย์ พญ. สุรางคณา เตชะไพฑูรย์ พูดถึงการดำเนินงานของโรงพยาบาล และการให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพและการรักษาเด็ก ในหลายรูปแบบ 
 
ทุกวันนี้โรคภัยไข้เจ็บของเด็กๆ มีการพัฒนาขึ้นมาตลอด หลายเชื้อโรคพบการมีการดื้อยา หรือพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งต่อการรักษา เช่นโรคมือเท้าปาก อาจารย์ พญ. สุรางคนา บอกว่า แต่เดิมโรคนี้ไม่ได้น่ากลัว และหายได้เอง แต่ปัจจุบัน การแพร่กระจายและการติดต่อเป็นไปได้โดยง่าย 
 
คุณพ่อคุณแม่แบบเราๆจึงควรที่จะดูแลเอาใจใส่ และควรติดตามข่าวสารเรื่องโรคภัยใกล้ตัวสำหรับเด็กอยู่เสมอ 
 
แต่บางครั้งเราเองก็ไม่สามารถดูแลได้ การที่ลูกเราจะได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี และการดูแลอย่างดีจากแพทย์และพยาบาล จึงเป็นสิงที่เราไม่อาจที่จะมองข้ามได้
 
 
กลุ่มคุณพ่อคุณแม่บล็อกเกอร์เข้าเยี่ยมชม แผนกต่างๆที่จัดขึ้นมาสำหรับเด็ก หลายส่วนค่ะ
ตามภาพนี้จะเป็นคลีนิคสำหรับเด็ก ที่แบ่งออกเป็นส่วนต่าง ลองกดดูที่ลิงค์นี้ได้เลยค่ะ http://www.internationalchildrenshospital.com/Clinics
 
 
เราเดินชมหลายส่วนเหมือนกันค่ะ เช่นคลีนิคสุขภาพเด็กดี (Well Baby) ซึ่งจะให้การดูแลเด็กที่ฉีดวัคซีน และซึ่งทำให้คุณพ่อคุณแม่เบาใจว่า เด็กๆจะไม่ปะปนเป็นเด็กๆที่เข้ามารับการรักษา  การตกแต่งก็น่ารัก สะอาดเรียบร้อยมากๆ เหมาะสำหรับเด็กๆ จะได้ไม่กลัวโรงพยาบาลด้วย 
 
 
เดินกันต่อมาที่ ศูนย์วัยรุ่น ซึ่งจะให้คำปรึกษาทั้งคุณพ่อคุณแม่ และเด็กๆช่วงวัยรุ่น ที่ต้องการคำปรีกษา
 
 
ตรงนี้ค่ะเป็นศูนย์เด็กพิเศษ คุณหมอเล่าให้ฟังว่า ที่นี่จะจัดให้มีห้องบำบัดพิเศษ ใช้แสงไฟ สี กลิ่น ช่วยในการบำบัด ทำให้เด็กพิเศษมีพัฒนาการที่ดีขึ้น และมีสมาธิมากขึ้น โดยส่วนตัวแล้วแม่ปันปรายฟังแล้วชื่นชมไปด้วยค่ะ
 
 
 
ตรงนี้เป็นหอผู้ป่วยเด็กค่ะ
 
 ส่วนนี่เป็น หอคุณแม่แรกคลอด
 
 
ที่ โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล สาขาศรีนครินทร์  มีแพทย์ผู้ช่่วยชาญสำหรับเด็กหลายด้าน สำหรับเด็กอ่อนหรือทารก ทางโรงพยาบาลก็ได้ให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน แม่ปันปรายกับเพื่อน เดินไปชมห้องดูแลเด็กแรกเกิด (Nursery)  
 
อาจารย์ยังบอกอีกว่า ที่โรงพยาบาล มีทีมงานที่ดูแลเรื่องการผ่าตัดในเด็กทารก และการดูแลรักษาด้าน I.C.U. เด็ก ด้วย นับว่าเป็นโรงพยาบาลเด็กที่มีความพร้อมจริงๆค่ะ
 
 
 
สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นการพัฒนาของโรงพยาบาล ให้ทันสมัยกับยุคดิจิตอล โรงพยาบาลได้จัดทำ Application สำหรับ Smart phone ชื่อ HealthyMOM Application เข้าไปดาวน์โหลด App นี้ ได้ที่ http://goo.gl/RQVCjl สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการติดตาม พัฒนาการของทารกในครรภ์ และยังมีคู่มือในการดูแลรักษาสุขภาพสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ 
 
นอกจากการดูแลรักษาอย่างดีพร้อมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในหลายๆด้านสำหรับเด็ก การเคลื่นย้ายผู้ป่วยเด็ก ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่  โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล สาขาศรีนครินทร์  ให้ความสำคัญและอยู่ในอันดับต้นๆของภูมิภาคเอเชีย 
 
 
น่าภูมิใจนะคะ ที่บ้านเมืองเรามีโรงพยาบาลระดับอินเตอร์ มีเครือ่งแพทย์ที่ทันสมัย อีกทั้งแพทย์ และพยาบาลที่มีความชำนาญเฉพาะสำหรับเด็กๆ  เพราะเด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก แต่เด็กๆมีสิ่งที่ต้องการและการดูแลรักษาที่แตกต่างกับผู้ใหญ่ และต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล สาขาศรีนครินทร์ จึงตอบโจทย์คุณพ่อคุณแม่ ที่ต้องการให้บุตรหลานของตน ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง และทันท่วงที พร้อมกับการบริการที่ดีมีคุณภาพ
 
อีกสิ่งหนึ่งที่อดไม่ได้ที่จะต้องมาบอกเล่าให้เพื่อนๆได้ฟัง ก็คือ  โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล สาขาศรีนครินทร์ มีโครงการที่จัดทำต่อเนื่องมาตั้งแต่ เดือนกรกฎาคม 2553 จนถึงปัจจุบัน เป็นโครงการที่ชื่อว่า New Life Samitivej’s Fund : Heart Surgery for Children ชื่อโครงการเป็นภาษาไทยว่า กองทุนสมิติเวช เพื่อชีวิตใหม่หัวใจเด็ก เป็นกองทุนที่ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจเด็กๆที่เข้าร่วมในโครงการ โดยมีเงินบริจาคจากประชาชนทั่วไป และมีเงินสนับสนุนจากทางโรงพยาบาลร่วมด้วยอีกส่วนหนึ่ง 
 
เพื่อนๆที่สนใจ สามารถติดตามข่าวสารของทางโรงพยาล ได้ที่ website และ facebook ตามลิงค์ด้านล่างนี้ค่ะ
 
 
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
 
ถ้าแม่ปันปรายได้ไปร่วมกิจกรรมอะไรดีๆเช่นนี้อีก ก็จะนำมาบอกกล่าวเล่าเรื่องให้เพื่อนๆได้อ่านและได้ติดตามกันต่อไปจ้ะ
 
-แม่ปันปราย-
 
 
 
 

น้องปรายแพ้แมลง

posted on 17 Jul 2012 11:44 by pun-prai in Healthy directory Knowledge, Diary

แม่ปันปรายได้มีโอกาสทดลองใช้ ผลิตภัณฑ์รักษาผื่นแพ้สำหรับเด็ก ชื่อว่า Atopiclair เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่ใช่สเตียรอยด์และไม่ใช่ยา

สำหรับน้องปรายแล้ว ปกติเป็นเด็กแข็งแรงดีค่ะ สำหรับปัญหาเรื่องแพ้ที่บริเวณผิวหนังมักจะพบเนื่องจาก ถูกมดละเอียด หรือมดคันไฟกัด ซึ่งมีอาการเป็นปื้นแดง กระจายตามรอยกัด และมีอาการคัน ถ้าไม่ได้ทายาประเภทยาแก้แพ้ จะปื้นใหญ่และหายช้า บางครั้งก็จะเป็นรอยดำเมื่อหมดฤทธิ์อาการที่แพ้

โดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อเร็วๆนี้แม่ปันปรายกับคุณพ่อ พาน้องปรายไปต่างจังหวัด ก่อนเดินทางกลับเราพาน้องแวะทำบุญที่วัด สังเกตเห็นมดที่น้องปรายเคยแพ้เหมือนกัน แต่ก็บอกให้น้องปรายเดินระวัง ระหว่างที่เราเดินทางกลับ น้องปรายบ่นคัน แม่ปันปรายจึงสังเกตว่ามี ใกล้ง่ามขา น้องปรายโดนมดกัดจนได้ - -"

 
 

แม่ปันปรายกลัวน้องจะเกามาก รีบเอายาแก้แพ้มาทาให้น้องทันที

ใช้ปริมาณไม่มากค่ะ แค่ดูว่าทาทั่วบริเวณก็เพียงพอ  ลักษณะเนื้อครีมเป็นสีชมพูอ่อนๆ กลิ่นบางๆ

หลังจากทาเรียบร้อย ประมาณชั่วโมงกว่าๆ อาการเป็นปื้นคล้ายลมพิษก็ยุบลง

 

เหลือรอย ให้เห็นว่า โดนมดกัดทั้งหมด 3 ตุ่มค่ะ 

 
 

Product Secifications

ผลิตภัณฑ์ Atopiclair มีส่วนผสมทีสำคัญ ทำงานเสริมฤทธิ์ร่วมกันเพื่อลดอาการผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง และลดอาการคัน ดังนี้

 

  1. Glycyrrhetinic acid สารสกัดจากรากชะเอม สายพันธ์จากยุโรป มีฤทฺธิ์ลดอาการอักเสบและลดอาการคันได้อย่างรวดเร็ว
  2. Telmesteine ช่วยปกป้องผิวและลดอาการคัน โดยช่วยยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายผิว และทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
  3. Vitis vinifera เป็นสารสกัดจากเมล็ดองุ่น เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และทำหน้าที่ปกป้องผิว ลดอาการคัน โดยยับยั้งการทำลายของเอนไซม์ที่ทำลายผิว
  4. Vitamin E และ Vitamin C เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
  5. Shea Butter ช่วยบำรุง ให้ความชุ่มชื้น ให้กรดไขมันที่จำเป็นแก่ผิว
  6. Hyaluronic acid ช่วยให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว และช่วยสมานแผล เช่นรอยเกาต่างๆ

 

วิธีการใช้ ให้ทา Atopiclair บริเวณที่เป็นผื่นหรือคัน วันละ 3 ครั้ง หรือตามแพทย์สั่ง

 

รายละเอียดสำหรับราคา และโรงพยาบาลที่จำหน่ายตามนี้จ้า

Atopiclair Cream ขนาด 40 ml ราคาประมาณ 1,000 บาท

หาซื้อได้ที่  รพ.จุฬาลงกรณ์, รพ.บำรุงราษฎร์, เครือ รพ.กรุงเทพ, รพ.สมิติเวช, รพ.ผิวหนังอโศก, รพ.เวชธานี, รพ.วิชัยยุทธ, รพ.พระราม 9, รพ.รามคำแหง, รพ.พญาไท 2 ค่ะ

ค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.atopiclairasia.com/

 
 
 
ปล. เด็กๆ เวลาแพ้แล้ว ลำบากมากเลยนะคะ  ยิ่งถ้าเป็นเด็กเล็กๆด้วยยิ่งแย่ใหญ่ บางทีห้ามไม่ให้เกาก็ไม่ได้ด้วย  ถ้าไม่ทายาไว้ เวลาน้องเกาแล้วผื่นกระจายทุกที แม่ปันปรายเลยต้องพกยากแก้แพ้ไว้ตลอดค่ะ (เฮ้อ..)
 

 

 
 
เมนูน้ำๆ นอกจาำกต้มยำซึ่งเป็นของโปรดแล้ว ก็จะมีเมนูอีกอย่างหนึ่งที่ชอบมากๆไม่แพ้กัน นั่นก็คือแกงเลียงค่ะ
 
ผักสำหรับทำแกงเลียงนี่ ไม่มีเกณฑ์แน่นอนนะคะ เรียกว่าชอบอะไรก็ใส่ เปรียบเหมือนฉับฉ่ายไทยเลยทีเดียว
 
 
แต่สำหรับวันนี้ แม่ปันปรายใช้เครื่องปรุงดังนี้ค่ะ
  • บวบหอม 2 ลูก
  • ฟักทอง 1 ชิ้น
  • เห็ดขอนขาว 2 ขีด
  • ใบแมงลัก 1 - 2 กำ
  • กุ้งสด 3 ขีด (ล้างแล้วผ่าหลังเอาเส้นดำออก)
  • กุ้งแห้ง 1/4 ถ้วยตวง
  • กะปิดี 1 ช้อนโต๊ะ
  • หอมแดง 4 - 5 หัว
  • พริกไทยเม็ด 2 ช้อนชา

เริ่มทำได้เลย

  • ตำเครื่องแกงด้วย โดยโขก กะปิ พริกไทยเม็ด หัวหอม เนื้อกุ้งสด และกุ้งแห้ง เข้าด้วย (กุ้งสดแบ่งมานิดหน่อยจ้า)
  • ต้มน้ำให้เดือด ใส่เครื่องที่ตำแล้วลงไป รอให้เดือดพล่าน จึงใส่ผัก และกุ้งสด
  • ปรุงรสเพิ่มด้วย น้ำปลา ซีอิ๊วขาว (ตามชอบ)
  • เรียบร้อยแล้วตักเสริฟร้อนๆ อร่อยดีจ้ะ

ปกติแกงเลียงจะหวานผักเองนะคะ ซึ่งจะทำให้รสชาติกลมกล่อมขึ้นค่ะ

เมนูนี้แม่ลูกอ่อนทานดี เพราะเป็นอาหารเรียกน้ำนมด้วย..

ลองทำดูค่ะ ไม่ยากแน่นอน

 

.